"โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร - ข่าวสารจากคุณหมอ"
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันอีกแล้วนะค่ะ ฉบับนี้เรามาจะมาคุยกัน
เรื่องโรคพิษสุนัขบ้า เนื่องจากเป็นโรคที่สำคัญในประเทศเขตร้อนอย่างเรา
และเราเองสามารถป้องการการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าแก่เจ้าตูบเจ้าเหมียวของเราได้
และยังสามารถป้องกันตัวเราเองจากโรคนี้ได้เช่นกัน โดยการทำวัคซีน
แก่เจ้าตูบเจ้าเหมียวที่บ้านของเรา ก่อนที่จะเกิดโรคนี้ขึ้นแล้วไม่สามารถแก้ไขอะไรได้นะค่ะ
โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร ?
โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่ง
เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ เรบีส์ ไวรัส (Rabies) ทำให้เกิดโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด
เช่น คน สุนัข แมว ลิง ชะนี กระรอก ค้างคาว ฯลฯ โรคนี้เมื่อเป็นแล้วจะทำให้มีอาการทางประสาท
โดยเฉพาะระบบประสาทส่วนกลาง และถ้าเป็นแล้วเสียชีวิตทุกราย
ในปัจจุบันยังไม่มียาอะไรที่จะรักษาโรคพิษสุนัขบ้าได้
คนติดโรคพิษสุนัขบ้าจากทางใดได้บ้าง ?
1.ถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัด เชื้อไวรัส จากน้ำลายของสัตว์ที่เป็นโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลที่ถูกกัด
2. ถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลีย โดยปกติคนถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลีย
จะไม่ติดโรคจากสัตว์เหล่านั้น นอกเสียจากว่าบริเวณที่ถูกเลียจะมีบาดแผลหรือรอยถลอกหรือรอยขีดข่วน
โดยคนนั้นไม่ได้สังเกต ในกรณีนี้จะทำให้สามารถเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้
รวมทั้งถูกเลียที่ริมฝีปากหรือนัยน์ตา
คนที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า จะมีอาการอย่างไร ?
ในระยะ 2-3 วันแรก อาจมีไข้ต่ำ ๆ ต่อไปจะมีอาการเจ็บคอ
เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย คันหรือปวดแสบปวดร้อนตรงบริเวณแผลที่ถูกกัด
ทั้ง ๆ ที่แผลอาจหายเป็นปกติแล้ว ต่อไปจะมีอาการตื่นเต้นง่ายกระสับกระส่าย
ไม่ชอบแสงสว่าง ไม่ชอบลม และไม่ชอบเสียงดัง กลืนลำบาก
แม้จะเป็นของเหลวหรือน้ำ เจ็บมากเวลากลืน เพราะการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน
แต่ยังมีสติพูดจารู้เรื่อง ต่อไปจะเอะอะมากขึ้น และสุดท้ายอาจมีอาการชัก
เป็นอัมพาต หมดสติ และเสียชีวิต เนื่องจากส่วนที่สำคัญของสมองถูกทำลาย
ข้อควรปฏิบัติภายหลังจากถูกสุนัขบ้าหรือสัตว์ที่สงสัยว่าบ้ากัด
1.
ล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาด ฟอกด้วยสบู่
2-3 ครั้ง แล้วทาแผลด้วยน้ำยา พิวิดีน (เบตาดีน) หรือแอลกอฮอล์
หรือทิงเจอร์ ไอโอดีน แล้วรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที
2.
ถ้าสุนัขตายให้นำซากมาตรวจ ถ้าหากสุนัขไม่ตายให้ขังไว้ดูอาการ
10 วัน ขณะเดียวกันให้รีบไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
ส่วนการรักษาทางสมุนไพรหรือแพทย์แผนโบราณไม่สามารถป้องกันโรคได้
ไม่ควรรอดูอาการสุนัข เพราะอาจสายเกินไปที่จะฉีดวัคซีน
3.
ในกรณีที่ติดตามสัตว์ที่กัดไม่ได้ เช่น
เป็นสัตว์ป่า สัตว์จรจัด สัตว์กัดแล้วหนีไป หรือจำสัตว์ที่กัดไม่ได้
จำเป็นต้องรับการฉีดวัคซีน
4. ผู้ที่ต้องมารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าคือ
มีบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นรอยช้ำเขียวหรือมีเลือดไหล แผลถลอกหรือแผลลึก
รวมทั้งผู้ที่ถูกสุนัขเลียที่นัยน์ตา ริมฝีปาก และผิวหนังที่มีแผลถลอก
ส่วนในกรณีที่ถูกเลียผิวหนังที่ไม่มีแผลหรือเพียงแต่อุ้มสุนัขไม่สามารถจะติดโรคได้
สัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะมีอาการอย่างไร
? พบได้ 2 แบบคือ
1.
แบบดุร้าย มีอาการหงุดหงิด ไล่กัดคนและสัตว์อื่น
ๆ ถ้าผูกโซ่หรือกักขังไว้ในกรง จะกัดโซ่ กรง หรือสิ่งของที่อยู่ใกล้อย่างดุร้าย
บางครั้งสุนัขจะกัดจนฟันหักหรือลิ้นเป็นแผล มีเลือดออก
เมื่อแสดงอาการดุร้ายได้ 2-3 วัน ก็จะอ่อนเพลียลง ขาหลังไม่มีแรง
เดินโซเซ และตายในที่สุด
2.
แบบเซื่องซึม มีอาการปากอ้าหุบไม่ได้
ลิ้นมีสีแดงคล้ำ บางครั้งมีสิ่งสกปรกติดอยู่และลิ้นห้อยออกมานอกปาก
มีอาการคล้ายกระดูกติดคอ โดยเจ้าของมักจะเอามือล้วงแต่ไม่พบกระดูก
สุนัขจะเอาขาหน้าตะกุยบริเวณแก้มปากและคอบวม สุนัขจะลุกนั่ง
ยืน และเดินไปมาบ่อย ๆ กินของแปลก ๆ เช่น ใบไม้ ก้อนหิน
หรือบางตัวจะกินปัสสาวะของตัวเอง ไม่กัด ถ้าไม่ถูกรบกวน
สุนัขแบบหลังนี้จะสังเกตอาการยากมาก ดังนั้น หากสุนัขตายโดยไม่ทราบสาเหตุ
ควรตัดหัวไปพิสูจน์ก่อน
การป้องกัน : ทำวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า
แก่ สุนัขและแมวของท่านเป็นประจำทุกปี
นอกจากการทำวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว
สุนัขและแมวของท่านควรได้รับวัคซีนอย่างอื่นด้วยในแต่ละปีเพื่อป้องกันการเกิดโรคอย่างอื่นด้วย
เช่นในสุนัข นอกจากวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าแล้วควรทำวัคซีนรวม
ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคลำไส้อักเสบ ไข้หัด ตับอักเสบ
และเลปโตสไปโรซีส ได้ด้วย ส่วนในแมวควรทำวัคซีนรวมแมว
ซึ่งสามารถป้องกันโรคหัดแมว โรคระบบทางเดินหายใจตอนบน
โรคในช่องปาก โรคคลามาเดีย และลิวคีเมียได้ด้วยนะค่ะ
แค่นี้เจ้าตูบและเจ้าเหมียวที่บ้านของท่านก็จะมีสุขภาพแข็งแรงและปราศจากโรคร้ายต่างๆได้แล้วนะค่ะ
วารสารโรงพยาบาลสัตว์สุราษฎร์ธานี
ฉบับที่ 38 ปีที่ 3 ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2549